เกร็ดการเงินระหว่างประเทศ

จับกระแส Green Recovery ในอาเซียน… โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

กระแส Green Recovery หรือการพัฒนาเศรษฐกิจหลังวิกฤต COVID-19 ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โลกต้องเผชิญในระยะต่อไป ประเด็นดังกล่าวตอกย้ำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกหันมาดำเนินนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการปล่อยคาร์บอน อย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ และ EU ที่ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero carbon) ภายในปี 2593 ขณะที่จีนตั้งเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2603 สำหรับประเทศในอาเซียน การดำเนินนโยบายของรัฐบาล การดำเนินงานของสถาบันการเงิน ตลอดจนทิศทางการลงทุนของภาคธุรกิจในภูมิภาค ภายใต้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจตามกระแส Green Recovery มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

Green Finance … แนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หลังวิกฤต COVID-19 หลายประเทศดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อม
รับกับกระแส Green Recovery เช่นเดียวกับสถาบันการเงินทั่วโลก รวมถึงในอาเซียนที่ต่างให้ความสนใจเข้าร่วม
การสนับสนุนทางการเงินในโครงการด้านสิ่งแวดล้อม (Green Finance) เพิ่มมากขึ้น อาทิ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีแนวโน้มที่น่าสนใจ อาทิ

  • สถาบันการเงินปรับบทบาทมุ่งสู่กระแส Green มากขึ้น อาทิ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารเพื่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคที่มีบทบาทในการเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ กำหนดเป้าหมายสนับสนุนโครงการลงทุนที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยคาร์บอนด้วยเม็ดเงินราว 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
  • กระแสความต้องการลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากมูลค่าการระดมทุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Green, Social and Sustainability : GSS) ในอาเซียนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2563 โดยการระดมทุนกว่า 50% เป็นของบริษัทในสิงคโปร์ อาทิ
    บริษัท MS Commercial Pte Ltd ซึ่งระดมทุนได้ 44 พันล้านดอลสาร์สหรัฐ สำหรับโครงการ Marina One Green Building ซึ่งเป็น Complex ขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิดประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นการระดมทุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีมูลค่ามากที่สุดในอาเซียนในปี 2563

ทั้งนี้ แนวโน้มการสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวจะช่วยเกื้อหนุนการเติบโตของธุรกิจในอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน ยังมีส่วนผลักดันให้ประเทศต่างๆ ในอาเซียนเร่งดำเนินการตามเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน อาทิ การตั้งเป้าเพิ่มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเม็ดเงินสนับสนุนจากกระแสการลงทุนดังกล่าว

Green for FDI … จากเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสู่การดึงดูด FDI ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนต่างมีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อให้เป็นไปตามที่แต่ละประเทศได้ให้สัตยาบันไว้ในความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดย 5 ประเทศแรกของอาเซียนที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง (สัดส่วนรวมกันราว 80% ของอาเซียน) ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งแต่ละประเทศมีการตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนในอัตราที่ต่างกันตั้งแต่ 9% (เวียดนาม) ถึง 75% (ฟิลิปปินส์) ภายในปี 2573

ทั้งนี้ นอกจากการตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนภายใต้ Paris Agreement ยังมีแรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะจากบริษัทชั้นนำของชาติตะวันตกที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยนำมาใช้ประกอบการเลือกแหล่งลงทุนในต่างประเทศ ทำให้ประเทศในอาเซียนมีนโยบายเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ตลอดจนเร่งดำเนินมาตรการสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามที่กำลังเร่งผลักดันระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อยคาร์บอน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดให้แก่การลงทุนที่จำเป็นต้องปล่อยคาร์บอน ส่วนอินโดนีเซียก็เร่งผลักดันระบบดังกล่าวเช่นกัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมให้สอดรับกับนโยบายดึงดูด FDI โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งมีแผนยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 2567

Green Energy … พลังงานหมุนเวียนยังเป็นขุมทรัพย์ของธุรกิจในอาเซียน

สำหรับประเทศในอาเซียน การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน โดยในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งล่าสุดเมื่อช่วงปลาย
ปี 2563 อาเซียนได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนจาก 15% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในปี 2562 เป็น 23% ภายในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะเกื้อหนุนความต้องการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียนราว 35-40 GW ในช่วงปี 2564-2568 โดยส่วนใหญ่อยู่ในเวียดนามและอินโดนีเซีย

โอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการไทย

กระแสการดำเนินมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้นในทุกภาคส่วนของโลกเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว ดังนี้

 

เอกสาร
ที่เกี่ยวข้อง
Related
more icon
Most Viewed
more icon
  • ข้อควรรู้เกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างแรงงานในเวียดนาม

    ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เวียดนามประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) คือ การเป็นประเทศที่มีตลาดแรงงานขนาดใหญ่ ทำให้มีแรงงานจำนวนมากที่พร้อมทำงาน ประกอบกับมีค่าจ้างแรงงานที่ค่อนข้างต่ำ เวียดนา...

    calendar icon01.04.2019
  • เอกสารสำคัญที่ควรรู้ก่อนลงทุนใน สปป.ลาว

    เมื่อผู้ประกอบการตัดสินใจออกไปลงทุนในต่างประเทศ การปฏิบัติตามขั้นตอนการขออนุญาตลงทุนเป็นเสมือนหน้าด่านที่จะสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่เข้าไปลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาให้ละเอียดและทำความเข...

    calendar icon01.07.2019
  • ส่องตลาดสินค้าออนไลน์ในเวียดนาม....เติบโตสวนกระแส COVID-19

    เวียดนามถือเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่มีเพียง 328 ราย โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อดังกล่าว อย่...

    calendar icon01.07.2020
Tag
link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products