Global Trend
เมื่อกำลังจะก้าวสู่เดือนแห่งความรัก หรือเทศกาลวาเลนไทน์ในเดือนกุมภาพันธ์ บรรยากาศแห่งความรักไม่ได้อบอวลอยู่เพียงในร้านดอกไม้หรือร้านอาหารเท่านั้น หากแต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ขับเคลื่อนเม็ดเงินมหาศาลในระบบเศรษฐกิจโลก โดยข้อมูลจาก National Retail Federation (NRF) ซึ่งเป็นข้อมูลชี้วัดพฤติกรรมผู้บริโภคที่สำคัญของโลก ระบุว่าเฉพาะในสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียวมียอดใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ในปี 2568 สูงถึง 2.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคาดการณ์ว่าในปี 2569 นี้ ความคึกคักดังกล่าวจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มขยับออกจากหมวดสินค้าเดิมๆ ของขวัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงดอกไม้ ช็อกโกแลต หรือเครื่องประดับหรูหรา ขณะเดียวกันผู้รับของขวัญก็ขยายวงกว้างจากคู่รัก ไปสู่เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้เกิดเทรนด์ของขวัญเทศกาลวาเลนไทน์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้
4 เทรนด์ของขวัญวาเลนไทน์ที่น่าจับตามอง
- Sustainable Love (รักที่เป็นมิตรต่อโลก)
คู่รัก โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความเข้ากันได้ของไลฟ์สไตล์ในระยะยาว จนเกิดกระแสการออกเดตอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco-Dating) เช่น การชวนกันไปปลูกป่า ทำกิจกรรมอาสา หรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของขวัญที่ได้รับความนิยมจึงเป็นสินค้ารักษ์โลกที่มีดีไซน์คู่กัน เช่น แก้วน้ำหรือถุงผ้าจากวัสดุรีไซเคิล และอุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งที่ตอบโจทย์การออกไปสัมผัสธรรมชาติร่วมกัน เช่น อุปกรณ์เดินป่า
- Healthy Love (รักแบบใส่ใจสุขภาพ)
แนวคิดการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนกลายเป็นเป้าหมายหลักของคู่รักยุคใหม่ ข้อมูลจาก McKinsey & Company ระบุว่าผู้บริโภคมากกว่า 80% ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นลำดับต้นๆ และมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ของขวัญกลุ่ม Health Gifting เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatches) ที่สามารถเชื่อมต่อและแชร์ข้อมูลสุขภาพระหว่างคู่รัก เพื่อแสดงถึงความใส่ใจ รวมถึงชุดผลิตภัณฑ์สปาที่บ้านและอุปกรณ์นวดผ่อนคลาย เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและดูแลกันและกัน
- Pet-Centric Love (รักสัตว์เลี้ยงเสมือนครอบครัว)
กระแสการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัตว์เลี้ยงเข้ามามีบทบาทในเทศกาลวาเลนไทน์มากขึ้น คู่รักจำนวนไม่น้อยเลือกซื้อสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญให้แก่กัน หรือร่วมกันซื้อของขวัญให้แก่สัตว์เลี้ยงของทั้งคู่ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่เป็นโสดจำนวนมากก็มอบของขวัญวาเลนไทน์ให้กับสัตว์เลี้ยงของตนเอง สอดคล้องกับข้อมูลของ NRF ซึ่งระบุว่ามีผู้บริโภคถึง 32% ที่ซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์ให้สัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสัดส่วนเท่ากับการซื้อให้เพื่อน สินค้าที่ได้รับความนิยมจึงรวมถึงขนมขบเคี้ยว เสื้อผ้าและของใช้ที่ออกแบบมาให้เข้าคู่กันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง
- Personalized Love (รักที่มีเรื่องราวเฉพาะตัว)
ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาของขวัญที่สะท้อนตัวตนและเรื่องราวเฉพาะของความสัมพันธ์ ผลสำรวจจากแพลตฟอร์มอย่าง Pinterest และ Etsy พบว่ายอดการค้นหาของขวัญที่สามารถปรับแต่งได้ (Customized Gifts) เติบโตเฉลี่ยมากกว่าปีละ 45% อาทิ เครื่องประดับที่ฝัง QR Code เชื่อมโยงไปยังคลิปบันทึกความทรงจำ เครื่องประดับที่สลักคลื่นเสียงคำบอกรัก และของขวัญที่ออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อคู่รักเพียงคู่เดียว สินค้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่จัดเก็บความรู้สึก ส่งผลให้ผู้บริโภคยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้น
เทรนด์โลกดังกล่าว ถือเป็นเข็มทิศสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการยกระดับสินค้าเพื่อแข่งขันในตลาดโลก โดยประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านทรัพยากรการเกษตร งานฝีมือ และภาพลักษณ์ด้านสุขภาพ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดให้สอดรับกับเทรนด์สินค้าคู่รักได้อย่างไม่ยากนัก เช่น การปรับใช้ทักษะการออกแบบเครื่องประดับไปสู่การใช้วัสดุรีไซเคิล หรือออกแบบให้มีความเฉพาะตัวเพื่อตอบโจทย์ Personalized Love และ Sustainable Love รวมถึงผลิตภัณฑ์สปาที่สามารถจัดทำชุดของขวัญที่เน้นประสบการณ์การพักผ่อนเป็นคู่ ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ Healthy Love ขณะเดียวกัน สินค้าแปรรูปจากวัตถุดิบทางการเกษตร อาทิ เสื้อคู่หรือกระเป๋าจากเส้นใยสับปะรด ยังสามารถสื่อสารเรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน ส่วนอาหารและของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงของไทยก็มีโอกาสเติบโตจากกระแส Pet-Centric Love หากมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับเทศกาลวาเลนไทน์ นอกจากนี้ เทรนด์ดังกล่าวยังเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวไทยที่จะนำเสนอแพ็กเกจการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความหลากหลาย เนื่องจากประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างและเท่าเทียม ทั้งกลุ่มคู่รักคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจความยั่งยืน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง และกลุ่ม LGBTQ+
หากผู้ประกอบการสามารถผสานจุดแข็งของไทยเข้ากับเทรนด์โลกได้อย่างลงตัว สินค้าไทยจะไม่ใช่เพียงของขวัญในเทศกาลวาเลนไทน์เท่านั้น แต่จะก้าวไปเป็นสินค้าที่มีคุณค่าและสร้างความผูกพันระยะยาวกับผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งนับเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดส่งออกยุคใหม่
ที่เกี่ยวข้อง


By sumanusk
ส่องเทรนด์_Jan 69_สินค้าคู่รัก.pdf