ส่องเทรนด์โลก

L-O-V-E … ลายแทงนำธุรกิจก้าวผ่านเศรษฐกิจโลกโตแผ่วในปี 2566

สำหรับผู้ทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ การที่เศรษฐกิจโลกปีนี้มีทิศทางชะลอตัว รวมถึงมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา เช่น ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่อาจคาดเดาตอนจบ และสถานการณ์ค่าเงินบาทผันผวน ตลอดจนมาตรการทางการค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์กระแสดูแลโลกที่นับวันจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น ผู้ส่งออกจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเดือนแห่งความรัก “ส่องเทรนด์โลก” ฉบับนี้ ขอเสนอกลยุทธ์ L-O-V-E ซึ่งจะเป็นลายแทงนำพาธุรกิจของท่านให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ในปีนี้

L-O-V-E … ลายแทงนำพาธุรกิจก้าวข้ามเศรษฐกิจโลกแผ่ว

มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะหันไปเลือกซื้อสินค้าราคาถูกกว่าหากไม่ได้ผูกพันกับแบรนด์นั้นๆ ดังนั้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้มั่น นอกจากผู้ประกอบการต้องยึดมั่นในการรักษาคุณภาพสินค้าและบริการแล้ว ควรมีกลยุทธ์รักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้แนบแน่นขึ้น เช่น การเพิ่มระบบสมาชิกและสะสมคะแนนเพื่อรับส่วนลดพิเศษ และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งได้ผลดีและมีต้นทุนไม่สูงมาก รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับกลุ่มลูกค้าในการมาใช้บริการหรือเลือกซื้อสินค้าจากทุกช่องทาง

กล้าบุกตลาดใหม่ๆ นอกจากการมัดใจลูกค้าเดิมแล้ว การสร้างฐานลูกค้าใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในปีนี้ที่เศรษฐกิจประเทศตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น อาจเติบโตไม่ถึง 2% การแสวงหาตลาดใหม่ๆ ที่ขยายตัวดีจึงจะช่วยกระจายความเสี่ยงของฐานลูกค้าเดิม สำหรับตลาดส่งออกที่คาดว่าจะเป็นโอกาสของไทย เช่น

กลุ่มประเทศความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) ซึ่งประกอบด้วยซาอุดีอาระเบียที่กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยในรอบ 32 ปี กาตาร์ บาห์เรน โอมาน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตต่อได้ในปีนี้ โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจของ GCC ในปี 2566 จะขยายตัว 3.6% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าทั้งประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมที่จะเริ่มเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับ GCC ในปี 2566 เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งออกไป GCC อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ และอาหารทะเลกระป๋อง

เวียดนามและอินเดีย IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจของ 2 ประเทศจะเติบโตสูงถึงราว 6%ในปี 2566 ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งออกไป 2 ตลาดนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าขั้นกลาง อาทิ ชิ้นส่วนรถยนต์ เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก

ปิดความเสี่ยงธุรกิจ ในปีนี้ธุรกิจส่งออกมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายด้าน อาทิ ค่าเงินบาทผันผวน โดยเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วถึง 5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือน ต.ค. 2565 – ปลายเดือน ม.ค. 2566 และกลับมาอ่อนค่าลงเกือบ 2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.พ. 2566 และแนวโน้มการล้มละลายของธุรกิจ
ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 9% ในปี 2566 ผู้ทำธุรกิจระหว่างประเทศจึงไม่ควรละเลยการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยการทำ Forward Contract รวมถึงการทำประกันการส่งออก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่สูญเงินทั้งจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และจากการที่คู่ค้าไม่ชำระค่าสินค้า

ไม่รีรอรุก ESG (Environment Social and Governance) ผู้ประกอบการบางท่านลังเลที่จะลงทุนด้าน ESG โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มไม่สดใส เพราะมองเป็นต้นทุน แต่ความจริงแล้วการลงทุนด้าน ESG หากดำเนินการได้ดีไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเจาะตลาดใหม่ได้มากขึ้น รวมถึงจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น เพราะ ESG ได้ถูกยกระดับเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบลงมือทำไม่แพ้การแก้วิกฤตเศรษฐกิจ เห็นได้จากการที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น อีกทั้งหลายประเทศยังเริ่มออกมาตรการที่สอดคล้องกับ ESG มากขึ้น อาทิ การลดการปล่อยคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของ EU มาตรการจำกัดการใช้บรรจุภัณฑ์ของจีน Clean Competition Act ของสหรัฐฯ มาตรการของ EU ที่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า อาทิ น้ำมันปาล์ม ปศุสัตว์ ถั่วเหลือง กาแฟ โกโก้ ไม้ และยางพารา

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจและธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมกลยุทธ์รุก-รับให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในยามวิกฤต และคว้าประโยชน์ได้ทันยามเมื่อโอกาสมาถึง

Disclaimer : ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏเป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย และการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจเท่านั้น โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด

Related
more icon
  • เทรนด์ตลาดเพชรและเครื่องประดับเพชรในจีน อนาคตส่งออกไทยที่ Shine Bright Like a Diamond

    หากพูดถึงตลาดส่งออกขนาดใหญ่อย่างจีน ณ เวลานี้ หลายท่านอาจจะกังวลถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคจากปัญหาภายในประเทศหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การที่ IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2567 จะยังมีอัตราการเติ...

    calendar icon29.02.2024
  • India ไม่ไปไม่ได้แล้ว

    เมื่อกล่าวถึงประเทศที่เป็นดาวจรัสแสงท่ามกลางสถานการณ์ตลาดโลกที่เผชิญกับวิกฤตเข้ามาเป็นระลอก ตั้งแต่ COVID-19 ต่อเนื่องด้วยวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังก่อตัวขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกจากปั...

    calendar icon27.04.2023
Most Viewed
more icon
  • Gen Z กับทิศทางตลาดอาหารโลก

    กลุ่ม Gen Z (Generation Z) คือ กลุ่มคนที่เกิดในช่วงหลังปี 2543 ซึ่งปัจจุบันถือเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยเด็กและวัยรุ่นอายุไม่ถึง 20 ปี Gen Z เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่หลายธุรกิจเริ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มประ...

    calendar icon24.04.2019
  • ทำความรู้จัก Telemedicine... เทรนด์ธุรกิจเติบโตดีหลัง COVID-19

    การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) มีส่วนกระตุ้นให้ประชาชนเริ่มทดลองใช้บริการการแพทย์ทางไกลหรือ Telemedicine มากขึ้น เพราะบริการดังกล่าวทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยได้แม้อยู่คนละที่กับผู้ป่วย ...

    calendar icon31.08.2020
  • เกาะติดกระแสการค้าสินค้าออนไลน์ในกัมพูชา

    กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน แม้การค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปแบบดั้งเดิม แต่การค้าในรูปแบบของ e-Commerce ก็มีการเติบโตโดดเด่นและเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อ...

    calendar icon31.10.2018
link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products
  • Finance Preview
  • Finance Preview
  • Finance Preview