ข่าวเศรษฐกิจ

ส.อ.ท. คาด 11 กลุ่มอุตสาหกรรมกระทบมากจากค่าไฟพุ่ง

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมในอัตราที่สูงติดต่อกัน 2 งวด จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทำให้สินค้าและบริการต้องปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และจะทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับขึ้น 0.8% ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชน นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมจะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการลงทุนและการส่งออก เนื่องจากต้นทุนสูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย สำหรับผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรม 45 กลุ่ม สามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า ดังนี้

1) กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรม : คาดว่าจะมีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 9-12% ประกอบด้วยเคมีภัณฑ์ เหล็ก เยื่อและกระดาษ อะลูมิเนียม หล่อโลหะ แก้วกระจก ปูนซีเมนต์ เซรามิก อาหารและเครื่องดื่ม โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม และปิโตรเคมี  

2) กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าปานกลาง 16 กลุ่มอุตสาหกรรม : คาดว่าจะมีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 6-8% ประกอบด้วยยางพารา พลาสติก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ยานยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ ไม้อัดไม้บางและวัสดุแผ่น โรงเลื่อยและโรงอบไม้ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องจักรกลและโลหะการ ต่อเรือและซ่อมแซม ก่อสร้างและงานเหล็ก แกรนิตและหินอ่อน น้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม และหลังคาและอุปกรณ์

3) กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย 18 กลุ่มอุตสาหกรรม : คาดว่าจะมีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5%  ประกอบด้วยเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร ยา ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล อัญมณีและเครื่องประดับ หัตถกรรมสร้างสรรค์ หนังและผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ผู้ผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ และก๊าซ (ประชาชาติธุรกิจ, 19-21 ธ.ค. 2565)

Related
more icon
Most Viewed
more icon
  • เผยรายชื่อโรงพยาบาลเอกชนที่สั่งซื้อวัคซีนป้องกัน COVID-19 จากบริษัทต่างชาติ

    แหล่งข่าวจากวงการโรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งต้องการสั่งซื้อวัคซีนป้องกัน COVID-19 จากบริษัทผู้พัฒนาต่างชาติ (ที่นอกเหนือจากของ AstraZeneca อาทิ Moderna) เพื่อหวังจะนำวัคซีนดังกล่าวมาให้บริการแก่...

    calendar icon08.01.2021
  • ราคาไม้สับเพิ่มขึ้นแตะระดับตันละ 1,300-1,350 บาท สูงสุดในรอบ 10 ปี

    สมาคมการค้าชีวมวลไทยเปิดเผยว่า ปัจจุบันผลผลิตพืชเกษตรหลายประเภท อาทิ อ้อย ลดลงมาก ปริมาณวัสดุเหลือใช้ที่นำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลจึงลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ความต้องการไม้สับ (Wood Chips) ที่ผลิตจากไม้ยางพารา ไม้ยูคาลิปต...

    calendar icon27.01.2021
  • เอกชนรุกลงทุนโรงพยาบาลใหม่

    สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมามีโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งทยอยยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อขออนุญาตดำเนินโครงการ ทั้งโครงการใหม่และส่วนต่อขยาย ซึ่ง ...

    calendar icon08.01.2018
link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products
  • Finance Preview
  • Finance Preview
  • Finance Preview