ข่าวเศรษฐกิจประเทศเป้าหมาย

บริษัท เดอะลิส อินเตอร์เฟรท จำกัด หนึ่งในผู้ส่งออกทุเรียนจาก จ.จันทบุรี ซึ่งขยายกิจการไปเวียดนาม ให้ข้อมูลว่า ในปี 2566 ผู้ประกอบการจีนรายใหญ่ได้ขยายฐานจากไทยไปเวียดนาม เนื่องจากทุเรียนเวียดนามมีต้นทุนถูกกว่า อาทิ หากราคาทุเรียนไทย กก. ละ 90 บาท เวียดนาม กก. ละ 85 บาท และทุเรียนที่เวียดนามส่งออกมีผิวสวยและลูกเล็กตรงตามความต้องการของตลาดจีน การขนส่งจากเวียดนามเร็วกว่า โดยปกติใช้เวลาเพียง 2 วัน แต่ขนส่งจากไทยใช้เวลา 4-5 วัน และรอบเงินหมุนกลับเร็วกว่า เพราะการซื้อ-ขายทุเรียนเวียดนามใช้เวลา 7 วัน ขณะที่ทุเรียนไทยต้องใช้เวลา 15 วัน  ขณะเดียวกัน ผู้ชำนาญการเกษตรเวียดนามให้ความเห็นว่าในปี 2566 ทุเรียนไทยจะเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม เนื่องจากเวียดนามได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตต่ำ และการมีชายแดนติดกับจีน ทำให้ขนส่งเร็วได้เร็ว และสามารถตัดทุเรียนผลแก่จัดได้รสชาติดีเป็นที่ชื่นชอบของชาวจีน โดยคาดว่าผลผลิตของเวียดนามจะมีปริมาณทะลุ 1 ล้านตันในปี 2566 ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวจีนและไทยจำนวนมากขยายฐานโรงคัดบรรจุส่งออกไปเวียดนามด้วยการร่วมลงทุนจดทะเบียนตั้งบริษัท ซึ่งรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุน แต่มีเงื่อนไขต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีภายใน 1 ปี เพราะเวียดนามยังต้องการการพัฒนาอีกมาก (ประชาชาติธุรกิจ, 6-8 ก.พ. 2566)

07.02.2023

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน ธ.ค. 2565 มีมูลค่า 521.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 12.4% หากรวมทองคำ มีมูลค่า 568.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 32.0 % และยอดส่งออกรวมทั้งปี 2565 (ม.ค.-ธ.ค.) หากไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 7,987.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.5% และหากรวมทองคำ มีมูลค่า 15,057.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 49.8% โดยปัจจัยสนับสนุนการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับปี 2565 มาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจาก COVID-19 และประเทศคู่ค้าสำคัญปรับเปลี่ยนนโยบายกลับคืนสู่ภาวะปกติ กำลังซื้อของผู้บริโภคจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงช่วงกลางปี 2565 มีการผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศ ตลอดจนเงินบาทอ่อนค่า สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2566 GIT คาดว่ายังคงต้องติดตามปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ ราคาพลังงาน เงินเฟ้อสูง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยในปี 2566 สหรัฐฯ และ EU มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ตลาดฝั่งเอเชีย ทั้งจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และอาเซียนจะยังเติบโตได้ดี ทั้งนี้ GIT เสนอแนะให้ผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และ EU ปรับตัว โดยให้หันมามุ่งเน้นการเจาะตลาดด้วยการออกแบบที่ตรงใจและงานฝีมือที่เป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งส่งเสริมด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระแสที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ตลอดจนมองหาโอกาสจากตลาดที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่าง จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน (mgronline.com, 6 ก.พ. 2566)

06.02.2023

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่าเวียดนามสนใจลงทุนพัฒนาเกษตรกรรมสีเขียว โดยมีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินค้าเกษตรใน EU เพราะแม้ในปี 2565 รายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ และการประมงของเวียดนามสูงเป็นประวัติการณ์ แต่การส่งออกไปตลาด EU ซึ่งเวียดนามได้รับประโยชน์มากจากข้อตกลงการค้าเสรี EU-เวียดนาม (EVFTA) กลับมีสัดส่วนเพียง 11.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำ ส่วนหนึ่งเนื่องจาก EU มีกฎระเบียบนำเข้าสินค้าเกษตรที่เข้มงวด ขณะที่ผลผลิตทางการเกษตรของเวียดนามยังไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (www.ditp.go.th, 6 ก.พ. 2566)

06.02.2023

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ตั้งเป้ารายได้รวม 100,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566-2570 จากปี 2565 ที่ทำได้ราว 1.58 หมื่นล้านบาท รวมทั้งตั้งเป้ารายได้ในปี 2566 เติบโตในระดับ 2 หลัก และถือเป็นระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปี 2565 ที่เติบโตกว่า 31% โดยธุรกิจหลักที่จะขับเคลื่อนผลการดำเนินงานในปี 2566 มาจากยอดจำหน่ายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในไทย 1,200 ไร่ และเวียดนาม 550 ไร่ และธุรกิจโลจิสติกส์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติ สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภคที่ดำเนินการโดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP มีเป้าหมายปริมาณน้ำประปาและการจัดการน้ำเสียรวม 168 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2566 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้อุตสาหกรรมรายใหญ่ ส่วนธุรกิจด้านพลังงาน WHAUP มุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนาม โดยแสวงหาโอกาสใหม่ๆ กับธุรกิจ New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ไฮโดรเจน การซื้อขายคาร์บอนและการใช้และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ทั้งนี้ ในปี 2566 WHAUP ตั้งเป้าสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่ลงนามแล้ว 847 เมกะวัตต์ (MW) เพิ่มจาก 683 MW ในปี 2565 (ผู้จัดการรายวัน 30 องศา, 2 ก.พ. 2566)

03.02.2023

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยและตั้งเป้าหมายส่งออกข้าวไทยในปี 2566 ไว้ 7.5 ล้านตัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับกระทรวงฯ มีแผนผลักดันการส่งออกข้าว เช่น การจัดคณะผู้แทนการค้าภาครัฐและเอกชนเดินทางไปเยือนประเทศคู่ค้าสำคัญ และการจัดประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม เยอรมนี จีน ออสเตรเลีย เป็นต้น แต่ยังมีปัจจัยพึงระวังคือค่าเงินบาทที่ยังผันผวนและมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง สำหรับปี 2565 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 7.69 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 22.1% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 3,971 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.7% หรือ 138,451 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% โดยไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดียที่ส่งออกได้ 21.9 ล้านตัน และเวียดนาม อันดับ 3 ส่งออกข้าว 6.31 ล้านตัน (https://mgronline.com, 31 ม.ค. 2566)

03.02.2023

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2566 ว่าจะขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตเพิ่มขึ้นอีก 14 แห่ง รวมประมาณ 1,700 ห้องใน 7 ประเทศทั่วโลก เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังการท่องเที่ยวและการเดินทางมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแผนดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งในเอเชียและยุโรป ได้แก่ ญี่ปุ่น กรีซ เนปาล อินเดีย เคนยา จีน รวมถึงไทย ทั้งนี้ แผนดังกล่าวจะทำให้กลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมรวมกันทั้งหมด 62 แห่งในปี 2566 หรือประมาณ 13,700 ห้องใน 17 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งมีอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 60 แห่งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการภายใน 3-4 ปีข้างหน้า (prachachat.net, 2 ก.พ. 2566)

03.02.2023

สมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (Vietnam Fruit and Vegetable Association : VINAFRUIT) คาดว่าการส่งออกผลไม้สดของเวียดนามในปี 2566 จะมึมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 20% (y-o-y) พร้อมคาดว่ามูลค่าส่งออกดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2567 เนื่องจากค่าขนส่งลดลง และหลายประเทศอนุญาตให้นำเข้าผลไม้สดจากเวียดนาม ประกอบกับจีนได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 (www.ditp.go.th, 30 ม.ค. 2566)

31.01.2023

บริษัท ยัสปาล จำกัด ตั้งเป้าเป็นผู้นำค้าปลีกสินค้าแฟชั่นของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง และมีความชื่นชอบสินค้าที่ใกล้เคียงกับไทย โดย Statista คาดว่าปี 2566 ตลาดเครื่องแต่งกายของไทยจะเติบโต 3.1% จากปี 2565 ในขณะที่เวียดนามจะเติบโต 7.7% กัมพูชา 7.5% มาเลเซีย 8.2% และฟิลิปปินส์จะเติบโตถึง 11.1% ปัจจุบันยัสปาลมีร้านจำหน่ายสินค้าในไทยและต่างประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย และมีแผนจะขยายตลาดไปยังฟิลิปปินส์ซึ่งเติบโตสูง พร้อมทั้งจะขยายช่องทางการจำหน่ายทั้งร้านค้าและบน E-Commerce โดยปัจจุบันมีการขยายช่องทาง E-Commerce แล้วทั้งหมด 27 ช่องทางในอาเซียน ทั้งเว็บไซต์เฉพาะของแบรนด์ เว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Lazada, Shopee และ Zalola เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าหลากหลายแบรนด์ (Multi-brand Website) ตลอดจน Social Commerce อาทิ TikTok, Facebook และ Line ซึ่งมาเลเซียและเวียดนามเป็นประเทศที่มีสัดส่วนรายได้จาก E-Commerce สูงถึง 9-10% (กรุงเทพธุรกิจ, 27 ม.ค. 2566)

30.01.2023

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่าปัจจุบันความต้องการใช้ยางพาราในอุตสาหกรรมยังดีต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ทำให้มีการคมนาคมมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการใช้ยางรถยนต์เพิ่มขึ้น อีกทั้งการเปิดประเทศของจีนส่งผลดีต่อยอดจำหน่าย ทำให้ขณะนี้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและส่งออก โดยเฉพาะลูกค้าจากจีนที่สั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าส่งมอบไตรมาส 2/2566 เป็นจำนวนมากและได้ราคาค่อนข้างดี จึงคาดว่าในปี 2566 บริษัทฯ จะมียอดจำหน่ายยางพารา 5 แสนตัน สร้างรายได้ราว 3 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 15% นอกจากนี้ บริษัทฯ จะรุกตลาดอินเดียเพิ่มขึ้นเนื่องจากอินเดียมีความต้องการใช้ยางพาราค่อนข้างสูง และบริษัทฯ ได้ทำสัญญากับลูกค้าใหม่เพิ่มแล้ว 5 ราย จึงคาดว่าปริมาณจำหน่ายไปอินเดียจะเพิ่มขึ้นแตะ 5 หมื่นตัน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 15% แทนการสร้างโรงงานแห่งใหม่ รวมถึงเตรียมนำระบบ AI เข้ามาช่วยในการผลิต ภายใต้งบลงทุน 300-400 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 4 เมกะวัตต์ (MW) ส่งผลให้ลดค่าใช้จ่ายได้เดือนละ 0.9-1.2 ล้านบาท และในปี 2566 จะติดตั้งเพิ่มอีก 1-2 MW เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในโรงงาน (www.efinancethai.com, 24 ม.ค. 2566)

27.01.2023
link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products
  • Finance Preview
  • Finance Preview
  • Finance Preview