บทความพิเศษจากกรรมการผู้จัดการ
สหรัฐฯ ยังคงสร้างคลื่นการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยคลื่นระลอกล่าสุดที่กำลังเคลื่อนเข้ามาคือ การประกาศใช้ Section 122 เก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศเพิ่มขึ้น 10-15% แทนที่ Reciprocal Tariffs ตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2569 แต่มีคลื่นอีกลูกที่อาจอยู่นอกเรดาร์และกำลังก่อตัวขึ้นที่บริเวณเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (United States-Mexico-Canada Agreement : USMCA) อันประกอบด้วยสมาชิก 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวกำลังจะครบกำหนด 6 ปีในวันที่ 1 ก.ค. 2569 และจะเข้าสู่กระบวนการทบทวนข้อตกลงร่วมกันอีกครั้ง โดยมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ อาจใช้โอกาสนี้ปรับเงื่อนไขใหม่หรือถอนตัว ซึ่งหากข้อตกลง USMCA ถูกลดทอนสิทธิประโยชน์หรือยุติลง ย่อมสั่นคลอนสถานะของเม็กซิโกและแคนาดาที่ปัจจุบันเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 และ 2 ของสหรัฐฯ โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันราว 25% ทิ้งห่างไทยที่มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2.5% อย่างมีนัยสำคัญ คำถามสำคัญ คือ หากแต้มต่อของเม็กซิโกและแคนาดาลดลง ไทยจะมีบทบาทในตลาดส่งออกอันดับ 1 อย่างสหรัฐฯ ได้มากขึ้นหรือไม่
แต้มต่อที่หายไป ... ตัวเปลี่ยนเกมของไทยในตลาดสหรัฐฯ
หาก USMCA สิ้นสุดลงหรือถูกปรับลดสิทธิประโยชน์ทางภาษี การแข่งขันของไทยในตลาดสหรัฐฯ จะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่เม็กซิโกและแคนาดาเป็นคู่แข่งหลักของไทย อาทิ
-อาหารสัตว์เลี้ยง : ไทยครองส่วนแบ่งตลาดนำเข้าอาหารสุนัขและแมวในสหรัฐฯ สูงถึงราว 40% จากความได้เปรียบด้านต้นทุนและความหลากหลายสินค้า และเดิมทีสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าทั่วไปในอัตรา 0% ทำให้ไทยแข่งขันได้ใกล้เคียงกับคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม การที่ปัจจุบันอาหารสุนัขและแมวของแคนาดา (แหล่งนำเข้าอันดับ 2 รองจากไทย) ยังคงถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 0% ภายใต้ USMCA ขณะที่ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568 อาหารสุนัขและแมวของไทยถูกเก็บภาษี Reciprocal Tariffs ที่ 19% และเปลี่ยนเป็น 10-15% ภายใต้ Section 122 ตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 2569 ส่งผลให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันด้านราคากับแคนาดา ดังนั้น หากข้อตกลง USMCA ยุติลงหรือแคนาดาถูกลดทอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีลงจะทำให้การแข่งขันของไทยกลับมาสูสีกันมากขึ้น
-ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ : ไทยและเม็กซิโกเป็นคู่แข่งในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า (HS 8504.40) ซึ่งเม็กซิโกและไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 2 และ 3 ของสหรัฐฯ ล่าสุดไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นภายใต้ Section 122 ขณะที่เม็กซิโภยังถูกเก็บในอัตรา 0% ภายใต้ USMCA ทำให้มีแต้มต่อไทยถึง 10-15% ทั้งนี้ หากข้อตกลง USMCA ลดทอนสิทธิประโยชน์ของเม็กซิโกลง เช่น เข้มงวดขึ้นเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าสินค้า สถานการณ์ดังกล่าวอาจผลักดันให้สินค้าไทยกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจขึ้น และ
มีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ให้ย้ายการผลิตจากเม็กซิโกมาไทยในระยะถัดไป
เม็กซิโก-แคนาดา…ตลาดใหม่ที่ยังท้าทาย
เมื่อเม็กซิโกและแคนาดาสูญเสียแต้มต่อจากการค้ากับสหรัฐฯ อาจหันมามองหาคู่ค้าใหม่จากนอกภูมิภาค รวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม โอกาสของไทยยังมีความท้าทายแตกต่างกัน สำหรับเม็กซิโก ไทยไม่ได้เป็นสมาชิก CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership) และไม่มี FTA กับเม็กซิโก อีกทั้งเม็กซิโกได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ไม่มี FTA สูงถึง 5-50% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายใน ส่งผลให้สินค้าหลายรายการของไทย เช่น ยางพารา พลาสติก และเสื้อผ้าสำเร็จรูป เข้าสู่ตลาดนี้ได้ยากกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนามหรือมาเลเซียซึ่งเป็นสมาชิกความตกลง CPTPP ร่วมกับเม็กซิโกอยู่แล้ว ขณะที่แคนาดา สถานการณ์มีความหวังมากกว่า เนื่องจากไทยอยู่ระหว่างเจรจาความตกลงการค้าไทย-แคนาดา ซึ่งคาดว่าจะสรุปผลได้ภายในปีนี้ หากสำเร็จจะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดในแคนาดา และช่วยเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้ส่งออกไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของ USMCA
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสใหม่ ไทยยังต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากเม็กซิโกไม่สามารถระบายสินค้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้ สินค้าเหล่านั้น รวมถึงสินค้าที่ใช้เม็กซิโกเป็นฐานการผลิตเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษี อาจถูกนำมาทุ่มตลาดในไทยหรือตลาดส่งออกอื่นของไทยแทน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยที่ไปตั้งฐานการผลิตในเม็กซิโกเพื่อใช้สิทธิ USMCA ก็อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนภาษีที่สูงขึ้นจนอาจต้องพิจารณาวางแผนย้ายฐานการผลิตกลับ (Reshoring) หรือกระจายความเสี่ยงไปยังพื้นที่อื่น
ท้ายที่สุดตราบเท่าที่สหรัฐฯ ยังคงเป็นมหาอำนาจหลักของโลก โดยเฉพาะในมิติการเงิน เทคโนโลยี และการเมือง ความเสี่ยงจากคลื่นลูกใหม่จะยังคงเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ โจทย์ใหญ่ของไทยคือการสร้างเกราะป้องกันทางการค้าของตนเอง ผ่านการเร่งปิดดีล FTA กับแคนาดา และประเทศอื่น ๆ รวมถึงการเจรจาเชิงรุกกับสหรัฐฯ หากไทยทำได้สำเร็จ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์ที่รอโอกาส แต่จะเป็นผู้เล่นที่เข้าไปชิงส่วนแบ่ง
ในตลาดอเมริกาเหนือได้อย่างมีนัยสำคัญ
Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
ที่เกี่ยวข้อง
-
รัฐบาลปรับเป้า Net Zero ใหม่ ... ผู้ส่งออกไทยต้องไม่ตกขบวน
การเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันทำให้ทั่วโลกพุ่งเป้าความสนใจไปที่สงครามการค้า การขึ้นภาษี และมาตรการทางการค้าต่างๆ ที่สหรัฐฯ ทยอยประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อประกอบกับท่าทีที่ไม่เชื่อในเรื่องโลก...
20.11.2025
-
ทำดีได้ดี … Sustainability Linked Loan นวัตกรรมทางการเงินเพื่อความยั่งยืน
สถาบันการเงินเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นแหล่งเงินทุนหลักของระบบเศรษฐกิจ เปรียบเสมือนหัวใจที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงภาคธุรกิจและครัวเรือนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงมีบทบาทสำคัญในการกำ...
28.10.2024
-
ถอดโมเดลการปรับตัวของเกาหลีใต้ ... เร่งหยุดปัญหาเพื่อสร้างอนาคต
เมื่อพูดถึงต้นแบบของประเทศที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว หลายท่านคงนึกถึง “เกาหลีใต้” ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงราว 50 ปี พลิกฟื้นเศรษฐกิจจากที่เคยเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกในช่วงหลังสงครามเกาหลี (...
29.03.2024
-
เคล็ด(ไม่)ลับ ... ปรับธุรกิจท่องเที่ยวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ได้ส่งสัญญาณเข้าสู่ภาวะวิกฤตชัดขึ้นเป็นลำดับ ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ประเทศไทยก็ต้องเผชิญทั้งฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงและยาวนาน จนเชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูง...
24.06.2024
-
กับดัก 3 กระจุก ... ความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ภาคส่งออกต้องก้าวข้าม
หลายปีที่ผ่านมาไทยเร่งพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อผลักดันให้ประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางผ่านกลไกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มรายได้แก่...
01.07.2024


By thanitsakc
2602_USMCA_Feb 2026.pdf