New Frontier's RADAR

New Frontier's RADAR เดือนธันวาคม 2563

 ประเด็นเด่นในแต่ละประเทศ

สถานการณ์หนี้สาธารณะของ CLMV และอินเดีย

ทั้งอินเดียและ สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง แต่ทั้งสองประเทศกลับมีความเสี่ยงจากภาระหนี้แตกต่างกัน โดยภาระหนี้ของอินเดียยังไม่เป็นที่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากหนี้สาธารณะส่วนใหญ่ของอินเดียมาจากแหล่งเงินทุนภายในประเทศถึงเกือบ 70% ทำให้อินเดียมีความยืดหยุ่นในการเจรจาและบริหารการชำระคืนหนี้ดังกล่าวได้สูงกว่าประเทศที่พึ่งพาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ อินเดียยังเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ภาครัฐมีโอกาสฟื้นตัวได้รวดเร็วหลังจากวิกฤต COVID-19 คลี่คลาย อีกทั้งยังสามารถแสวงหาเงินทุนใหม่ได้ในต้นทุนที่ไม่สูงนัก เนื่องจากนักลงทุนยังมีความมั่นใจในฐานะเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจโลกต่อจากจีน

อย่างไรก็ตาม กรณีหนี้สาธารณะของ สปป.ลาว ที่แม้สัดส่วนหนี้สาธารณะจะต่ำกว่าหนี้ของอินเดีย แต่ สปป.ลาว กลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากังวลมากกว่า เนื่องจากหนี้สาธารณะดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ยังพึ่งพารายได้จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลักและไม่มีความหลากหลาย ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า ทั้งนี้ จากการก่อหนี้สาธารณะในระดับสูง ส่งผลให้ สปป.ลาว มีภาระหนี้ที่ต้องชำระในปี 2563 ถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.4% ต่อ GDP และมีภาระหนี้ที่ต้องชำระคืนอีกราวปีละ1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2564-2566 ขณะที่เมื่อพิจารณารายได้ภาครัฐพบว่า สปป.ลาว มีรายได้ภาครัฐต่อ GDP ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอินเดีย เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา ส่งผลให้ในช่วงกลางเดือน ส.ค. 2563 Moody’s ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้รัฐบาล สปป.ลาว จากระดับ B3 เป็น ระดับ Caa2 (ทั้งสองระดับอยู่ในระดับไม่น่าลงทุน)

ทั้งนี้ สำหรับหนี้สาธารณะของเวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา อยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล เนื่องจากมีปริมาณหนี้ไม่สูงนัก แม้ในปี 2563 เมียนมาและกัมพูชามีการกู้เงินจากองค์กรระหว่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อใช้บรรเทาผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 นอกจากนี้ เศรษฐกิจของทั้งสามประเทศมีความหลากหลายกว่า สปป.ลาว